เครื่องใช้ไฟฟ้า พีซี กล้อง

เครื่องเชื่อมไฟฟ้า 10 อันดับ ปี 2022 มือใหม่ก็เชื่อมเองได้

เครื่องเชื่อมไฟฟ้า หรือเรียกอีกอย่างว่า ตู้เชื่อมไฟฟ้า มีหน้าที่เชื่อมชิ้นงานโดยใช้ลวดเชื่อมประสานชิ้นงานเข้าด้วยกัน สำหรับประเภทของเครื่องเชื่อมนั้น จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะชิ้นงาน ขนาดของชิ้นงาน และคุณภาพของรอยเชื่อม

นอกจากนี้ การปรับกระแสไฟเชื่อมก็เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับการเชื่อมชิ้นงาน เนื่องจากความหนาของชิ้นงานและชนิดของลวดเชื่อมที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ต้องมีการเลือกขนาดกระแสไฟฟ้าให้เหมาะสม หากปรับกระแสที่สูงเกินไปจะทำให้ควบคุมแนวเชื่อมได้ยากและเกิดรอยแหว่งที่ขอบรอยเชื่อม

แต่ในทางกลับกัน การปรับกระแสที่ต่ำเกินไปจะทำให้เกิดรอยนูนบริเวณขอบรอยเชื่อมได้ เพราะลวดเชื่อมกับชิ้นงานไม่สามารถหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน อีกทั้งการเลือกชนิดของลวดเชื่อมจะต้องเหมือนกับชนิดของชิ้นงานอีกด้วย เช่น การเชื่อมชิ้นงานอะลูมิเนียมก็ต้องใช้ลวดเชื่อมอะลูมิเนียม เป็นต้น

เลือก เครื่องเชื่อมไฟฟ้า ตามลักษณะการใช้งาน

ลักษณะการใช้งานทั่วไปของ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า สามารถแบ่งออกได้ 2 รูปแบบ คือ ใช้เชื่อมงานทั่วไปสำหรับมือสมัครเล่น และ ใช้รับงานแบบมืออาชีพ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ใช้เชื่อมงานทั่วไปสำหรับมือสมัครเล่น สำหรับกรณีนี้เป็นการใช้งานที่ไม่ต่อเนื่องและไม่จำเป็นต้องใช้รอยเชื่อมที่มีคุณภาพสูง รวมถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่ไม่ชำนาญ ดังนั้น การเลือกใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าจึงไม่จำเป็นต้องมีราคาสูง แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับชิ้นงาน น้ำหนักของเครื่องที่ไม่มากจนเกินไป เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก อีกทั้งยังใช้ร่วมกับชิ้นงานได้หลากหลาย การเลือก “เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์” จึงจัดเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมค่ะ

ใช้รับงานแบบมืออาชีพ สำหรับช่างเชื่อมมืออาชีพมีทักษะในการเชื่อมที่สูง ต้องการเน้นที่คุณภาพของรอยเชื่อมและความรวดเร็ว การเลือก “เครื่องเชื่อม MIG” จะช่วยประหยัดเวลาได้ เนื่องจากไม่ต้องเปลี่ยนธูปเชื่อมบ่อย ๆ นอกจากนี้ ลักษณะการเชื่อมชิ้นงานที่มีลักษณะบางจำเป็นต้องใช้ความประณีตสูง การเลือกใช้ “เครื่องเชื่อมอาร์กอน” จึงเหมาะสมมากกว่าเครื่องเชื่อมประเภทอื่น แถมยังได้แนวเชื่อมที่สวยงามและมีคุณภาพอีกด้วย

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเชื่อมแบบไหนก็ตาม ผู้ใช้งานควรศึกษาวิธีการใช้และการตั้งค่าต่าง ๆ ของเครื่องเชื่อมให้ละเอียดเพื่อความปลอดภัยในขณะใช้งานค่ะ

10 อันดับ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี คุณภาพดี พกพาสะดวก มือใหม่ก็เชื่อมเองได้

10. HUGONG เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ รุ่น EXTREME MMA 160III

น้ำหนักเบา สะพายบ่าเชื่อมในพื้นที่สูงได้ เหมาะกับงาน DIY
HUGONG เป็นยี่ห้อที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเชื่อมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์รุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจเหมาะสำหรับนักเชื่อมมือใหม่ที่กำลังฝึกฝนทักษะในการเชื่อม นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีความทนทานใช้งานได้ยาวนาน มาพร้อมกับสายสะพายที่ติดกับตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำเครื่องแขวนบ่าขึ้นไปเชื่อมในพื้นที่สูงได้ แม้ว่าคุณสมบัติของเครื่องอาจจะไม่เหมาะกับงานระดับมืออาชีพ แต่หากใช้เชื่อมงาน DIY เครื่องรุ่นนี้ถือว่ามีคุณสมบัติที่เพียงพอต่อการใช้งานแล้วค่ะ

฿3,490

9. FALCON ตู้เชื่อม MAX TIG 200 S

ใช้เชื่อมชิ้นงานแบบบาง เกิดควันน้อย เหมาะกับงานอะลูมิเนียม
ถ้าต้องการเชื่อมงานสเตนเลส เครื่องเชื่อมอาร์กอนรุ่นนี้สามารถเชื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังใช้เชื่อมงานขนาดบางสุด 0.4 มิลลิเมตรได้อีกด้วย มาพร้อมกับกระแสเชื่อม 200 แอมป์ มีระบบ Hi – Frequency Arc ที่ช่วยให้อาร์กได้อย่างรวดเร็ว ควันน้อย นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมตัวกรองกระแสที่เพิ่มความเสถียรให้กระแสขาออก ช่วยให้เชื่อมชิ้นงานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดและฟังก์ชันการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับมือใหม่ไปจนถึงระดับมืออาชีพเลยทีเดียว

฿12,900

8. AUSTIN ตู้เชื่อม รุ่น MIG-225

เชื่อมงานขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ชิ้นงานทะลุ
เครื่องเชื่อม 2 ระบบมาพร้อมคุณสมบัติจัดเต็ม ทั้งระบบอินเวอร์เตอร์และระบบ MIG สามารถเชื่อมได้โดยไม่ต้องใช้แก๊ส ประสิทธิภาพของกระแสไฟแรงและเสถียร รอยเชื่อมต่อเนื่องสวยงาม บริเวณด้านหลังตัวเครื่องมีพัดลมขนาดใหญ่ช่วยระบายความร้อนเมื่อใช้งานอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับมือใหม่และมืออาชีพ ใช้เชื่อมงานที่มีขนาดตั้งแต่ 0.5 มิลลิเมตรไปจนถึง 15 มิลลิเมตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ชิ้นงานทะลุ สามารถใช้งานร่วมกับลวดขนาด 0.8 และ 1 มิลลิเมตรได้อีกด้วย

฿2,999

7. Longwell เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ รุ่น MMA-170

ตู้เชื่อมน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับเชื่อมงานทั่วไป มือใหม่ก็ใช้ได้
เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ขนาดพกพา เนื่องจากมีน้ำหนักที่เบามากเพียง 5 กิโลกรัมเท่านั้น ด้านหน้าเครื่องมีปุ่มปรับ 2 ปุ่มคือ ปุ่มกระแสไฟฟ้าและปุ่ม ARC Force มาพร้อมกับอุปกรณ์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ สายเชื่อม สายดิน หน้ากากมือถือ และแปรงเคาะสแลก อีกทั้งยังมีระบบ Anti-Stick ช่วยป้องกันการติดกันระหว่างคีมจับกับลวดเชื่อม และสามารถเชื่อมชิ้นงานเป็นแนวยาวได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับงานที่เป็นโลหะ เช่น เหล็ก สเตนเลส เหล็กหล่อ เป็นต้น

฿3,990

6. JASIC NOVOARC 200 IGBT NEW SERIE

กระแสไฟเชื่อมเสถียร รอยเชื่อมสม่ำเสมอ พร้อมระบบป้องกันไฟดูด
ระบบเทคโนโลยีล้ำสมัยแบบจัดเต็ม ช่วยให้เชื่อมได้ง่าย รอยเชื่อมสวยงาม ขนาดกะทัดรัด และเคลื่อนย้ายสะดวก ภายในเครื่องมีระบบ Hot Start เพิ่มกระแสไฟในจังหวะแรกของการเชื่อมซึ่งช่วยให้เริ่มต้นเชื่อมชิ้นงานได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ VRD ทำหน้าที่ลดแรงดันไฟหน้าตู้ในขณะที่เรายังไม่ได้ทำการเชื่อมเพื่อป้องกันการเกิดไฟดูด นอกจากนี้ ยังมีระบบ IGBT ช่วยให้กระแสไฟมีความเสถียร ทำให้เชื่อมได้สม่ำเสมอตลอดการเชื่อมอีกด้วยค่ะ

฿2,690

5. KANTO ตู้เชื่อม MIG เครื่องเชื่อม 3 ระบบ

เลือกได้ 3 ระบบ เชื่อมชิ้นงานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับงาน DIY
สำหรับใครที่ต้องการเครื่องเชื่อมที่ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ โดยเครื่องเชื่อมรุ่นนี้มาพร้อมฟังก์ชันการทำงาน 3 ระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบ MIG ระบบอินเวอร์เตอร์ และระบบอาร์กอน สามารถเชื่อมโลหะได้หลากหลายชนิด เช่น เหล็ก สเตนเลส อะลูมิเนียม เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานในที่ร่มและกลางแจ้งได้ นอกจากนี้ ตัวเครื่องมีน้ำหนัก 9 กิโลกรัม สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ส่วนด้านหลังตัวเครื่องมีพัดลมระบายความร้อนช่วยให้เชื่อมงานได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

฿4,890

4. ALCON เครื่องเชื่อม MAX MIG 225

เชื่อมได้ต่อเนื่อง รวดเร็ว ประหยัดเวลา ลดสะเก็ดไฟขณะเชื่อม
หากคุณกำลังมองหาเครื่องเชื่อม MIG ที่มีคุณภาพ ต้องเครื่องเชื่อมรุ่นนี้เลยค่ะ โดยสามารถเชื่อมได้ทั้งแบบไม่ใช้แก๊สและลวดเชื่อมแบบธรรมดา ซึ่งมาพร้อมกระแสเชื่อม 225 แอมป์ ช่วยให้การเชื่อมสะดวก ปลอดภัย และไม่ซับซ้อน เนื่องจากเทคโนโลยี Linear System ทำให้สามารถปรับตั้งค่าได้ง่ายดายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมได้อย่างต่อเนื่องไม่ทำให้ชิ้นงานทะลุ อีกทั้งยังเพิ่มเติมฟังก์ชันลดการเกิดสะเก็ดไฟขณะเชื่อมด้วยค่ะ

฿22,900

3. nnTech ตู้เชื่อม Inverter IGBT MMA-600S

ไซซ์มินิ พกพาง่าย ฟังก์ชันไม่ซับซ้อน ใช้เชื่อมงานได้หลากหลาย
ตู้เชื่อมขนาดเล็กที่มาพร้อมจอแสดงผล 2 จอและปุ่มปรับกระแสไฟ ปุ่ม ARC Force และปุ่ม Hot Start ที่ช่วยให้กระแสไฟเสถียรและเริ่มต้นการเชื่อมได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีระบบป้องกันไฟตัด ไฟกระชาก โดยเครื่องจะไม่ตัดทันทีเมื่อไฟดับช่วยให้บอร์ดไม่เสียหาย ส่วนด้านหลังตัวเครื่องมีพัดลมระบายความร้อนที่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ ภายในกล่องยังมีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายเชื่อม สายดิน หน้ากาก ถุงมือและแปรงลวดอีกด้วยค่ะ

฿1,220

2. STELLAR ตู้เชื่อม Inverter IGBT MMA-600S

เชื่อมงานดี ชาร์ตแบตได้ มีระบบป้องกันไฟตัดและไฟกระชาก
เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันพาวเวอร์แบงค์ในตัว สามารถเสียบสาย USB ได้ทั้งหมด 2 ช่อง มีจอแสดงผล 2 จอ และปุ่มควบคุม 3 ปุ่ม อีกทั้งยังมีระบบ ARC Force ช่วยให้มือใหม่สามารถเชื่อมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะเป็นระบบป้องกันไม่ให้น้ำโลหะปลายลวดเชื่อมติดกับชิ้นงานในตอนเริ่มต้น นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันไฟตัด ไฟกระชาก โดยออกแบบระบบเปิดปิดสวิตช์เบรกเกอร์มาเป็นอย่างดี ตัวเครื่องมีเคสกันกระแทก แข็งแรงทนทาน แถมภายในยังมีพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่อีกด้วย

฿1,288

1. ZARD ตู้เชื่อม Inverter IGBT MMA-650S

เครื่องเชื่อม 3 ระบบ กระแสไฟเชื่อมแรง เหมาะสำหรับมือใหม่
ตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์นี้มาพร้อมหน้าจอ 2 จอที่แสดงค่ากระแสไฟฟ้าและ ARC Force ส่วนปุ่มปรับค่ามี 3 ปุ่ม คือ ปุ่มกระแสไฟฟ้า, ปุ่ม ARC Force และปุ่ม Hot Start โดยปุ่ม Hot Start จะใช้เมื่อเชื่อมงานที่ใช้ลวดขนาด 3.2 หรือ 4 มิลลิเมตรเท่านั้น ผู้ใช้งานต้องปรับปุ่มนี้ตามกระแสไฟฟ้าที่ใช้ ซึ่งคุณสมบัติของปุ่มนี้จะช่วยเพิ่มกระแสไฟฟ้าขึ้น 10% นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีขนาดกะทัดรัดสามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวก ทั้งยังมีสายเชื่อมที่ยาวถึง 10 เมตร ช่วยให้สามารถเชื่อมงานในระยะไกลได้อีกด้วย

฿1,470

บทส่งท้าย


หลังจากที่เราได้ทราบวิธีการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้ากันไปแล้ว หวังว่าทุกคนจะมีประเภทของเครื่องเชื่อมที่อยู่ในใจ รวมถึงสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมกับเครื่องเชื่อมไฟฟ้าของทุกคนกันนะคะ แต่ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ก็ลองพิจารณาจาก 10 อันดับ เครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่เราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้ เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

อย่างไรก็ตาม เครื่องเชื่อมไฟฟ้าถือว่าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ผู้ใช้งานควรหมั่นตรวจสอบสภาพของตู้เชื่อมก่อนใช้งานทุกครั้ง รวมถึงสายเชื่อมและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น บริเวณข้อต่อสายเชื่อมต้องไม่หลวม ปลั๊กไฟต้องอยู่ในสภาพปกติ สายไฟไม่มีรอยฉีกหรือรั่ว เป็นต้น เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย การตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงไม่ควรถูกละเลย เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้งานควรทำความเข้าใจและปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกันค่ะ

Leave a Reply